ThaiHotNew รายงานข่าว ประเด็นร้อน!

ข่าวร้อน ประเด็นเด็ดของเมืองไทย ทุกสถานการณ์ติดตามได้ที่นี้ ThaiHotNew.Blogspot.com

07:38

เยือน 'ซิลลา' ในม่านฝน

เขียนโดย Thaihotnew |


ค้นประวัติศาสตร์แดนกิมจิ

ไม่ทันที่เครื่องบินจะร่อนลงสู่พื้นดินแดนกิมจิ ฝนปรอย ๆ เริ่มทิ้งสายเสมือนการต้อนรับเรา ช่วงต้นปีที่เดินทางไปลมค่อนข้างแรงแทบจะหอบเอาร่มปลิวไปด้วย ไกด์ชาวเกาหลีใต้เล่าว่า เป็นการดีที่ฝนตกเพราะจะทำให้แขกคนสำคัญอยู่กับพวกเขานาน ๆ แต่จะดีกว่านี้ถ้ามีฝนอย่างเดียว แต่นี่แถมลมหนาวที่พัดซะชาไปทั้งตัว

เราเดินทางออกจากสนามบินเมืองปูซาน เพื่อมุ่งไปยัง เมืองเคียงจู การเดินทาง ครั้งนี้สนับสนุนโดย Happy Korea by KTCC และคณะกรรมการงาน Gyeongju World Culture Expo 2010 เมืองเคียงจู อดีตคือ เมืองหลวงของอาณาจักรซิลลา ที่มีอายุกว่าหนึ่งพันปี อยู่ในยุค 3 อาณาจักร (สามก๊กเกาหลี) คือ 1.โคกูรยอ 2.แพกเจ 3.ซิลลา ซึ่งต่อมา อาณาจักรซิลลา ได้รวมสามแผ่นดินเป็นปึกแผ่น

ด้วยความที่เมืองเคียงจู มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์ จนหลายคนยกย่องที่นี่เป็น“พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง” ที่แม้เวลาจะเปลี่ยนผ่านมายาวนาน แต่โบราณสถานต่าง ๆ ยังคงอวดโฉมภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี

ที่แรกก่อนเปิดประวัติศาสตร์อาณาจักรซิลลา ต้องเดินทางมาสักการะที่ อุทยาน ทูมูลี ซึ่งเป็นสุสานหลวงของอาณาจักร โดยตั้งอยู่กลางเมืองเคียงจู มีสุสานภายใน 23 แห่ง จากทั้งหมด 200 แห่งที่มีอยู่ในเมืองนี้ และ ได้ขุดค้นพบสุสานสำคัญที่ เป็นกุญแจไขความลับในอดีตช่วง ค.ศ. 1974 และตั้งชื่อให้ว่า สุสานชนมาชอง (สุสานม้าสวรรค์) และพบสมบัติ อันมีค่ากว่าหมื่นชิ้น โดยสมบัติชิ้นสำคัญคือ มงกุฎของพระราชาที่ถูกฝังไว้บริเวณหลุมศพ ซึ่งแฟนละครเกาหลีในไทยจะเห็นได้จากซีรีส์เรื่อง ซอนต๊อก มหาราชินีสามแผ่นดิน

สุสานชนมาชอง (สุสาน ม้าสวรรค์) ในวันที่เราไปมีเด็กนักเรียนเกาหลีมาเที่ยวชมอย่างเนืองแน่นแม้ต้องฝ่าม่าน ฝนที่เริ่มหนาเม็ดขึ้นเรื่อย ๆ ภายในสุสานมีข้อห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป แต่พอเข้าไปชมเรากลับอึ้ง กับฝีมือการก่อสร้างของคนโบราณที่ภายในมีการเรียงหินก้อนใหญ่ ๆ ให้เป็นโพรงเข้าไปโดยมีหลุมศพของกษัตริย์อยู่กึ่งกลาง แต่หากมองจากภายนอกสุสานจะก่อตัวขึ้นเป็น เนินดินมีหญ้าปกคลุมกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ไกด์เล่าว่า สมบัติ ในสุสานหลายชิ้นได้สูญหายไปในช่วงที่เกาหลีตกอยู่ภายใต้อาณานิคม

ไม่ไกลจากสุสานเราเดินทางต่อไปยัง หอดูดาว ชมซงแด ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างด้วยหินในศตวรรษที่ 7 เชื่อกันว่า ทางเข้าหอ ดูดาวคือหน้าต่างทรงสี่เหลี่ยม หันไปทางทิศใต้ โดยการจะขึ้นไปแต่ละครั้งต้องใช้บันไดพาด แม้ผ่านเวลาอันยาวนานแต่หอคอยแห่งนี้ยังคงเอกลักษณ์ไว้ดังเดิมกลางสุสานที่รายรอบ ซึ่งใกล้กันนั้นมีห้องฉายภาพวิดีโอให้เห็นการดูดาวของคนสมัยก่อนที่น่าสนใจและควรศึกษา

ฝนเริ่มซาเว้นช่วงพอให้เราได้เดินทางฝ่าม่านฝนและลมหนาวไปยัง สระอันอั้บจิ ที่ในสมัยอาณาจักรซิลลา สระแห่งนี้เคยเป็นที่พักผ่อนของพระราชวงศ์ และใน ค.ศ. 1974 ได้มีการวิดน้ำออกจากสระทำให้พบสมบัติและโบราณ วัตถุ บริเวณที่แห่งนี้ในศาลามีลวดลายงามตาให้ได้ชม ขณะที่สระน้ำโดยรอบร่มรื่น ด้วยแมกไม้ใหญ่ และเห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ได้จากนกน้ำขนาดใหญ่ที่ยังมีให้เห็น

ที่สระอันอั้บจิ ลมค่อนข้างแรงเอาเรื่อง ถึงจะใส่เสื้อทับกันสองตัวก็เอาไม่อยู่ เลยเดินเล่นไม่ได้รอบเพราะฝนเริ่มตกหนักอีกครั้ง งั้นวันนี้กลับโรงแรมไปนอนเอาแรงก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ แต่ยังไงพรุ่งนี้ก็ภาวนาให้ฝนหยุดตกบ้างเถิด

แล้วคำขอก็...ไม่เป็นจริง เมฆเทาก่อตัวตั้งแต่เช้า ทำเอาเราคอตกเพราะเดิมทีเป็นคนขี้หนาวอยู่แล้ว แต่ยังแอบดีใจที่พี่ไกด์จะพาไป เมืองดงแฮ ที่โอบล้อมด้วยทะเล ไม่หรอก เราไม่ได้จะไปเล่นน้ำท่ามกลางฝนและอากาศหนาว แต่เป้าหมายเราจะไปกินปลาดิบอันขึ้นชื่อมากกว่า

กว่าจะถึงเป้าหมายการเดินทางจวนจะเที่ยงเลยแวะทานอาหารกันก่อนดีกว่า อาหาร ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเล ทั้ง ปูยักษ์ ปลาดิบ ทำเอา เราอิ่มแปล้ไปทั้งวันด้วยฝีมือ “พ่อครัวตี๋อ้วน” ที่มีหลายคนทักว่า ทำไมผู้ชายที่เป็นพ่อ ครัวทำอาหารอร่อยส่วนใหญ่จะมีหุ่นมาตรฐานเดียวกัน

อิ่มกันแล้วไปต่อที่ สุสานกษัตริย์มุนมู องค์ที่ 30 ของราชวงศ์ซิลลา ตั้งอยู่บริเวณริมหาดล้อมด้วยโขดหิน โดยตรงกลางของก้อนหินมีการฝังอัฐิ ตามพระบัญชาก่อนสิ้นพระชนม์ ที่ต้องการจะเป็นหัวมังกรของดินแดนเกาหลีในการต่อต้านอริศัตรูที่เดินทางมาทางเรือบริเวณหาดแห่งนี้ อันแสดงให้เห็นถึงความหวงแหนแผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษแห่งแดนกิมจิ

สิ่งหนึ่งที่คนเกาหลียึดถืออย่างมากคือ ความกตัญญูต่อบิดามารดา ที่มีมาแต่โบราณเห็นได้จาก วัดกาเมียนซา สร้างโดยลูกชายของกษัตริย์ มุนมู ที่ภายหลังลูกขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 31 โดยแนวคิดการสร้างเพื่ออุทิศให้บิดา แม้สร้างมากว่า 1,300 ปีแล้ว จึงมีความเสียหายอย่างมาก แต่ในรูปแบบการสร้างยังมีแนวคิดน่าสนใจที่ใต้โบสถ์ มีการเว้นช่องว่างตามความเชื่อที่กษัตริย์มุนมู หลังการ สิ้นพระชนม์ต้องการเป็นหัว มังกรเพื่อปกป้องประเทศ ซึ่งการเว้นช่องว่างดังกล่าวพระโอรสต้องการให้บิดาได้พักอาศัย ภายใต้ร่มศาสนา

วัดสุดท้ายของการเยือนอาณาจักรซิลลา พลาดไม่ได้ที่จะต้องเดินทางไปยัง วัดพูล กุกซา ที่มีชื่อเสียงด้านฝีมือการก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมของช่างในยุคนั้นซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 535 ปัจจุบันมีสิ่งก่อสร้าง ที่เป็นไม้และเจดีย์ให้ได้ชม อีกอย่างที่พลาดไม่ได้ก็ต้องไปลูบหมูทองคำที่เป็นตัวแทนของความโชคดี

ก่อนโบกมือลาอาณาจักรโบราณต้องไป ถ้ำซอกคูรัม โบราณวัตถุที่ประดิษฐานอยู่ภายในถ้ำ โดยมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่อยู่กลางถ้ำ ล้อมรอบด้วยรูปปั้นของพระโพธิสัตว์และเทพต่าง ๆ โดยด้านบนทำด้วยหินแกรนิตสลักลวดลาย ตระการตา จนยูเนสโกให้ถ้ำนี้เป็นมรดกโลก

สิ่งที่เราเห็นในอาณาจักรซิลลา ไม่ใช่แค่โบราณวัตถุอันเก่าแก่ แต่ยังเห็นความหวงแหนแผ่นดินเกิดของบรรพบุรุษ ที่ชนรุ่นหลังต้องยึดเป็นแบบอย่าง.

สีสันรายทาง

การเดินทาง ด้วยสายการบินจากสุวรรณภูมิไปยังสนามบินปูซาน และเดินทางด้วยรถยนต์ต่อไปยังเมือง เคียงจู หรือติดต่อบริษัททัวร์ Happy Korea by KTCC โทร. 0-2539-5770 0-2539-5770

สภาพอากาศ ฤดูใบไม้ผลิช่วงกลางมีนาคม-กลางพฤษภาคม อุณหภูมิ 9-20 ํC, ฤดูร้อนช่วงมิถุนายน-ต้นกันยายน อุณหภูมิ 23-31 ํC, ฤดูใบไม้ร่วงช่วงกลางกันยายน-พฤศจิกายน อุณหภูมิ 12-20 ํC, ฤดูหนาวต้นธันวาคม-ต้นมีนาคม อุณหภูมิ-5 ถึง-7 ํC

ของฝาก กิมจิ เครื่องสำอาง โสม สาหร่าย ของที่ระลึกพื้นเมือง

ทีมวาไรตี้ เดลินิวส์


แม้วิทยาการทางด้านดาราศาสตร์ที่เป็นวิทยาศาสตร์จะก้าวล้ำมากขึ้นกว่าในอดีต แต่จนทุกวันนี้เรื่องของ “ดวงดาว” ก็ยังคงมี “ปริศนา” อยู่อีกมากมาย และปริศนาเหล่านี้บ่อยครั้งที่ “สร้างความตื่นกลัว” ทั้งโดยผู้ที่ตั้งใจปล่อยข่าว และโดยการ “เล่าลือ” ต่อ ๆ กันไป ซึ่งกับช่วงเดือน มิ.ย. 2553 นี้ก็มีการเล่าลือ...

เล่าลือกันว่าจะเกิดปรากฏการณ์ “ดาวเรียงตัว”

และจะสร้าง “หายนะรุนแรง” ต่อมนุษยชาติ ??

กับการเล่าลือล่าสุด ซึ่งมีการโพสต์ข้อความส่งต่อกันไปในอินเทอร์เน็ต ก็เช่น... วันที่ 8 มิ.ย. 2553 ดวงดาวในระบบสุริยะ คือ ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ดวงอาทิตย์ ดาวพฤหัสบดี จะโคจร “เรียงตัวกัน” และประมาณวันที่ 12 มิ.ย. 2553 ดาวโลก ดาวพฤหัส ดาวยูเรนัส ก็จะเรียงตัวกัน ซึ่งก็เล่าลือกันต่อเนื่องว่าจะสร้างหายนะต่อโลก เช่น เป็นปรากฏการณ์ที่จะจุดชนวนปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์ ส่งผลให้โลกเกิด น้ำท่วมครั้งใหญ่ แผ่นดินไหวรุนแรง อากาศแปรปรวนครั้งเลวร้าย ภูเขาไฟระเบิดไปทั่ว เลยเถิดถึงการระเบิดของรังสีแกมมา-การ “สิ้นโลก” อย่างที่เคยมีการเล่าลือว่าจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2012 หรือ พ.ศ. 2555

ทั้งนี้ กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “ดวงดาว” นั้น ใน “เดลินิวส์” ฉบับวันนี้ ในหน้าวาไรตี้ก็มีข้อมูลมานำเสนอ ส่วนทาง “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ก็มีข้อบ่งชี้ชัด ๆ กล่าวคือ... เดือน มิ.ย. 2553 นี้ไม่มีการเกิดปรากฏการณ์ดวงดาวเรียงตัว !! จะมีก็แต่ จันทรุปราคาบางส่วน ในวันที่ 26 มิ.ย. 2553

หรือต่อให้เกิดดาวเรียงตัว ดาวเคราะห์ระบบสุริยะเรียงตัว ถามว่าจะมีผลต่อโลกหรือไม่ ? ทางสมาคมดาราศาสตร์ไทยชี้ว่า... ตำแหน่งวงโคจรของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะปัจจุบัน แต่ละดวงอยู่ห่างกันมาก แรงดึงดูดจากดาวเคราะห์ดวงอื่นที่กระทำต่อโลกมีค่าต่ำมากจนเกือบเป็นศูนย์ ดังนั้นไม่ว่าดาวเคราะห์จะเรียงอย่างไร เป็นเส้นตรง สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม กากบาท ฯลฯ ก็จะไม่ส่งผลเสียต่อโลก

นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการจัดเสวนาเรื่อง “ตอบคำถามสังคมไทยต่อการล่มสลายของโลก” งานนี้ก็มีข้อบ่งชี้ที่เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ โดย ดร.สธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ ภาควิชาฟิสิกส์ ระบุถึงประเด็นเล่าลือเรื่องการเรียงตัวของดาวกับหายนะของโลก โดยยกตัวอย่างการเกิดแผ่นดินไหวว่า... จากการย้อนดูตำแหน่งดวงดาวในระบบสุริยจักรวาล ในวันที่โลกเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ๆ หลายครั้งที่ผ่านมา ไม่ปรากฏว่ามีการเรียงตัวของดวงดาวเลย และโดยมากมีตำแหน่งที่อยู่คนละทิศละทางกัน ดังนั้น “ข้อสันนิษฐานที่ว่าดาวเคราะห์เรียงตัวจะทำให้เกิดแผ่นดินไหว เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

ส่วนเรื่องแรงดึงดูดของดวงจันทร์ที่ก็มีการลือกันด้วยว่าจะสร้างหายนะให้โลก จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ดร.สธนบอกว่า... แรงน้ำขึ้น-น้ำลงเกิดจากผลต่างของแรงดึงดูดของดวงจันทร์ต่อมวลสารบนโลกบนตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งแรงของดวงจันทร์ต่อโลกจะไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้โลกก็จะมีแรงดึงมาก ถ้าอยู่ไกลก็จะมีแรงดึงน้อย แรงดึงของดวงจันทร์มีน้อยกว่าแรงโน้มถ่วงของโลกถึง 10 ล้านเท่า และแรงของดวงจันทร์จะดึงได้เฉพาะที่เป็นของเหลว คือน้ำ ขณะที่โลกทั้งโลกโดยรวมถือเป็นของแข็ง “อิทธิพลของดวงจันทร์ถ้าจะทำให้โลกเกิดแผ่นดินไหวก็จะต้องดึงโลกทั้งโลกซึ่งเป็นของแข็ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้”

พร้อมกันนี้ ดร.สธนยังระบุถึงประเด็นเล่าลือเรื่องสนามแม่เหล็กโลกจะพลิกกลับขั้วจนทำให้สิ้นโลก โดยบอกว่า... การกลับขั้วของสนามแม่เหล็กโลกเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ โดยมีสาเหตุมาจากการไหลของกระแสโลหะหลอมเหลวที่อยู่ตรงกลางโลก และครั้งล่าสุดเกิดเมื่อกว่า 4,000 ปีมาแล้ว ซึ่ง “กว่าที่สนามแม่เหล็กโลกจะกลับขั้วแต่ละครั้งจะห่างกันหลักแสนหรือหลักล้านปี ดังนั้น จะไม่กลับขั้วอีกครั้งเร็ว ๆ นี้แน่”

ด้าน ผศ.พงษ์ ทรงพงษ์ ภาควิชาฟิสิกส์เช่นกัน ก็บอกว่า.. ปฏิกิริยาบนดวงอาทิตย์กับการเกิดแผ่นดินไหวบนโลก การ “สิ้นโลก” นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งปฏิกิริยาบนดวงอาทิตย์เป็นเรื่องที่มีการเกิดขึ้นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การระเบิดจ้าบนผิวดวงอาทิตย์, ลมสุริยะ, จุดดับบนดวงอาทิตย์ ฯลฯ จะมาก-จะน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณสนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์ ซึ่งก็ไม่เคยส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อโลก

สำหรับกรณีการระเบิดของรังสีแกมมา กับการสิ้นโลกนั้น ผศ.พงษ์อธิบายว่า... การระเบิดของรังสีแกมมาเป็นปรากฏการณ์ดวงดาว เป็นอาการหนึ่งของดวงดาวที่กำลังดับสูญ โดยจะส่งรังสีแกมมาออกมาจากซากดวงดาว ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับดวงดาวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ไม่น้อยกว่า 10 เท่า ซึ่งผลจากการระเบิดของรังสีแกมมาแม้จะรุนแรงมาก แต่ โอกาสจะมีผลต่อโลกนั้นน้อยมาก เพราะถ้าจะมีผล ดวงดาวแหล่งกำเนิดต้องอยู่ไม่ไกล และมุมที่เกิดนั้นต้องส่องมายังโลกพอดี “โอกาสที่โลกจะสิ้นสูญจึงมีน้อยมาก โลกเกิดมาแล้ว 4,000 ล้านปี ยังไม่เคยโดนรังสีแกมมาแบบนี้แม้แต่ครั้งเดียว” ...ผศ.พงษ์ระบุ

สรุปคือระยะนี้ยังไม่มีภัยดวงดาวที่จะทำให้ “สิ้นโลก”

ภัยดวงดาวเป็นเพียง “ข่าวลือ” อย่าตื่นตระหนก !!!.

ที่มา เดลินิวส์



คำค้นหา

3สถิติรวด (1) กินเน็ตบุค (1) กูเกิล (1) เกย์ (1) ขายเสื้อผ้าสตรี (1) 'ข้าวเหนียวมูน-น้ำกะทิทุเรียน' (1) ไข้หวัด2009 (1) คลับแอสทีเรีย (1) คลิป ธัญญ่า เป๊ก (1) คลิปเสียง ธัญญ่า (1) เจ้าแม่กวนอิม-ลิ้มกอเหนี่ยว (1) ซีเอสไอ ไมอามี (1) ซู ซาน บอยล์ (1) เซ็นทรัลเวิลด์ (1) เซี่ยงไฮ้ (1) ฐิตินาถ ณ พัทลุง (1) เดอะกิ๊ก3 (1) ติดบุหรี่ (1) ตี 10 (1) แต่งหน้า (1) ถังดับเพลิง (1) ทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น7 (1) ทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น7 (ทรู เอเอฟ7) (2) ธัญญ่า เป๊ก พิ้งกี้ (2) ‘ธุรกิจนมปั่น’ (1) น้องซัน ศัลยกรรม (1) บันทึกชื่อ (1) เบนซ์ นางเอกเดอะกิ๊ก 3 (1) ปอv12 (1) แปรรูปลอย (1) ผีมาเข้าฝัน (1) ผู้ชาย (1) แผน 555 (1) แผนสร้างความปรองดองแห่งชาติ (1) ฝ้าย บุศริน (1) พจน์ อานนท์ (2) พจน์ แอนนี่ ฟิลม์ (1) พจน์ แอนนี่ ฟิลม์ จุ้น (1) พจน์ แอนนี่ ฟิลม์ ตีสิบ (1) พระปราโมทย์ (1) พิ้งกี้ (1) พิ้งกี้ เป๊ก (1) ฟิล์ม-รัฐภูมิ (5) ฟิล์ม แอนนี่ บรู๊ค (6) รายการ ตีสิบ (1) ลูกสาวเข้าฝันแม่ (1) เลดี้ กาก้า (1) เลิกบุหรี่ (1) "สุนทรภู่" (1) โหรวารินทร์ (1) เอ๊กซโป (1) แอนนี่ บรู๊ค (6) ฮวงจุ้ย (1) เฮียฮ้อ (1) เฮียฮ้อ จุ้น แอนนี่ (1) facebook (1) gay (1) google (1) Toyota New Vios (1)
Subscribe